ศาสตร์แห่งกลโกง

เปิดใจคุยกัน

หลากหลายเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนทุกคน ไม่ว่าคุณหรือใครก็ตาม ผมคิดว่าทุกคนต้องเคยผ่านทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดีมาบ้างไม่มากก็น้อย เรื่องไหนที่เป็นเรื่องที่ทำให้เรามีความสุข ความประทับใจ เราก็ควรจดบันทึกไอดารี่เก็บเอาไว้เป็นความทรงจำในชีวิต ของผมตั้งแต่จำความได้ ก็เหมือนกับหลายคนเช่นเดียวกัน คือ ผ่านทั้งความสุขและความทุกข์มากพอสมควร ต่างกันที่ชีวิตของผมได้เข้ามาอยู่ในวงการพนันและวงการมาเฟียเท่านั้นเอง ฟังดูเหมือนเท่นะ แต่จริง แล้วไม่ใช่เลย การที่ผมก้าวเข้าไปเพราะความคึกคะนองและกว่าจะก้าวออกมาได้เพราะสำนึกผิด ก็ทำให้ผมแทบเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมเกิดความรู้สึกท้อแท้แต่อย่างใด

วงการพนันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้ถึงความน่ากลัวของมัน ผมเคยพยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะหยิบยกเอามาเสนอ ให้คนในสังคมได้ทราบ ได้รู้ ได้เห็น แต่ก็ถูกต่อต้านจากบุคคลหลายกลุ่มว่า หนังสือหรือผลงานของผมเป็นเหมือนดาบสองคม กล่าวหาว่าเป็นหนังสือที่ไม่สร้างสรรค์ ผมเคยคุยกับคนกลุ่มนี้หลายคนแล้วว่า หนังสือไม่สร้างสรรค์ตรงไหน เขาบอกว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการพนัน ผมก็ตอบว่าใช่ แต่การที่ผมเอาความลับเทคนิคและเล่ห์กลโกงมาเขียนนำเสนอเนี่ยมันผิดตรงไหน คนพวกนั้นบอกว่ามันผิดศีลธรรม ผมก็เลยถามเขาต่อไปว่าผิดศีลธรรมตรงไหน ก็หนังสือที่ผมเขียนไม่ได้มีจุดประสงค์ไปชักชวนให้ใครไปเล่นการพนัน แต่ขณะเดียวกันผมกลับชี้ให้เห็นโทษและเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของการพนันว่ามันมีอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอ ผมกล้าพูดได้เลยว่าคนทั่วโลกส่วนมากมีความผูกพันกับการพนันเสี่ยงโชคในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตีไก่ – ไฮโล – ไพ่ – หวย – มวย – ม้า – ปลากัด หรือแม้กระทั่งหมากัดกัน ก็ยังเอามาเป็นการพนัน เหมือนอย่างบางประเทศ แต่คุณรู้มั้ยว่าการพนันแต่ละประเภทนั้นเขามีเทคนิคและวิธีโกงกันอย่างไร ผมกล้าพูดได้เลยว่า 90 % ของคนทั่วโลกไม่มีใครรู้ 5% รู้บ้างไม่รู้บ้าง ส่วนอีก 5% เป็นพวกเซียนเดินสายจริง เพราะฉะนั้นการที่ผมนำเรื่องราวเหล่านี้มาเปิดเผย ผมกล้าพูดได้เลยว่า 90% ของคนที่ไม่มีความรู้ มีความต้องการที่จะอยากรู้ถึงลักษณะและเล่ห์เหลี่ยมกลโกงต่าง ๆ ของการพนันแต่ละประเภท เพื่อจะได้เกิดความระมัดระวัง ไม่ต้องถูกหลอกถูกโกงจากพวกเซียนพนันทั่วๆ ไป ผมคงไม่มีอำนาจไปยุยงส่งเสริมให้ใครหันไปเล่นการพนัน ไอ้ครั้นจะไปบอกให้เขาเลิกเล่นการพนัน เดี๋ยวเขาก็จะด่าหาว่าไปเสือกเรื่องส่วนตัวของเขาอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือ ชี้แนะและอธิบายให้เขาเห็นเสียเลยว่า การพนันมันมีโทษอย่างนี้นะ และให้พวกเขาเหล่านั้นตัดสินใจกันเอาเอง แบบนี้ดีกว่าใช่ไหมครับ และอย่างนี้ คุณลองคิดดูสิว่า หนังสือของผมมันสร้างสรรค์หรือทำลายกันแน่

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ไพ่งานแกะดอก

ยังเล่นได้อีกหรือพี่ คำถามนี้ผมจะเจออยู่บ่อยมาก สำหรับไพ่งานแกะดอกและไพ่งานอื่น ๆ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนถึงถามกันเช่นนั้น คือ ถามเหมือนรู้มาก ฉลาดมาก แต่พอผมเอาไพ่แกะดอกออกมาให้ดูกลับมองไม่รู้ว่าตำหนิอยู่ตรงไหน นี่แหละเขาเรียกว่าพวกอวดรู้ ผมเคยเจอหลายต่อหลายคนที่ชอบพูดดักหน้าเอาไว้ เวลาเข้าไปเล่นตามบ่อนต่าง ๆ ถ้าเล่นโกงกูละก็โดนกระทึบไม่ได้ออกจากบ่อนแน่ ทำเป็นพูดใหญ่โตคนพวกนี้แหละที่จะโดนโกงมากกว่าเพื่อน เพราะประมาทคิดว่าไม่มีใครกล้าโกง พูดเหมือนรู้ว่าการโกงมีอะไรบ้าง แต่จะรู้จริงแค่ไหนเท่านั้นเอง แต่คนพวกนี้หารู้ไม่ว่าพวกเซียนเดินสายนั้นน่ะ เวลาเขาจะเข้าไปเล่นโกงแต่ละที่นั้น เขาจะมีการลองเชิงดูก่อนว่ามีวิธีไหนบ้างที่เขาสามารถโกงได้ เช่น วิธีที่ 1 โกงไม่ได้ก็หันไปใช้วิธีที่ 2 ถ้าโกงไม่ได้ก็หันไปใช้วิธีที่ 3 เป็นต้น และเทคนิคการโกงมีเป็นร้อยวิธี ใครจะไปไล่จับเขาทันล่ะ ขนาดผมเองที่ว่ามีฝีมือขนาดนี้ บางทียังโดนโกงจากเทคนิคเก่า ๆ เช่น ปลิ้นไพ่ใบล่าง หรือพวกตีลังกาสลับไพ่เลย เพราะการที่เราเล่นประมาทหรือคาดไม่ถึงนี่แหละ

มาพูดถึงไพ่งานแกะดอกกันดีกว่า สำหรับไพ่งานแกะดอกนั้น ปัจจุบันยังมีการนำไปใช้เล่นกันอยู่ตามบ่อนต่าง ๆ อยู่ทั่วไป ลักษณะการแกะดอกจะใช้วิธีนำมีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมมาใช้ในการแกะดอกที่บริเวณด้านหลังของไพ่นั้น ๆ ซึ่งมีหลายลวดลายเช่นกัน ส่วนจุดที่ทำตำหนิในการแกะดอกนั้น ผู้ทำจะเป็นผู้กำหนดเองว่าไพ่เบอร์ไหนควรทำตำหนิที่ใด สำหรับการแกะดอกจะมีจุดประสงค์ในการแกะดอก คือ

แกะดอกแบบรู้แต้มและสีดอกของไพ่ ใช้ในการเล่นรัมมี่ ตีแตก

แกะดอกแบบรู้แต้มอย่างเดียว ใช้ในการเล่นป๊อก 8-9 และ เก้าเก

แกะดอกแบบแยกแต้มมากแต้มน้อย ใช้ในการเล่นป๊อก 8-9

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เปลี่ยนไพ่ใบเดียว เจ้ามือ – หน้าม้า

สำหรับกรณีที่มีการเล่นไพ่แบบ 3 ใบ ที่มีการจั่วหรือโป๊ไพ่ใบที่ 3 มาประกอบการรวมแต้มนั้น ถ้าเจ้ามือ (เซียน) มีความต้องการที่อยากจะได้ไพ่ตัวใดตัวหนึ่งของลูกค้า เพียงแค่ใบเดียวก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยการให้หน้าม้าทำการวางไพ่ใบที่เจ้ามือต้องการ เอาขึ้นมาไว้ข้างบนสุดของกองไพ่ของหน้าม้าทั้ง 3 ใบ สมมติว่าไพ่ของเจ้ามือคือ 6-9 ดอกจิกซึ่งมีค่าเท่ากับ 5 แต้ม ส่วนไพ่ของหน้าม้าจะมี A โพธิ์แดง 4 ข้าวหลามตัด และ 10 ดอกจิก หลังจากที่เจ้ามือได้ทำการส่งซิกให้กับหน้าม้าให้รู้แล้วว่าเจ้ามือต้องการไพ่ 10 ดอกจิก หน้าม้าก็จะทำการนำไพ่ 10 ดอกจิกเอาขึ้นไว้ด้านบนสุดของไพ่ทั้ง 3 ใบทันที

แสดงรูปไพ่ของเจ้ามือและไพ่ของหน้าม้า รวมไปถึงการวางตำแหน่งไพ่ของหน้าม้า

หลังจากนั้นเจ้ามือก็จะทำการหยิบไพ่โดยใช้มือข้างที่ถนัด สมมติว่าเป็นมือข้างขวาหยิบไพ่ของตัวเองขึ้นมา ลักษณะการถือดัง เช่นในรูป พร้อมทั้งแกล้งบอกให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ทำการหงายไพ่ขึ้นมาให้หมด ขณะเดียวกันเจ้ามือ (เซียน) ก็จะแกล้งยื่นมือไปหยิบไพ่ของ หน้าม้าเพื่อทำการหงายไพ่ขึ้นมาเช่นกัน แต่จุดประสงค์คือ ต้องการจะเปลี่ยนเอาไพ่ของหน้าม้า คือ ไพ่ 10 ดอกจิกมาเป็นของเจ้ามือและเปลี่ยนเอาไพ่ 6 ดอกจิกลงไปให้กับหน้าม้าแทนที่นั่นเอง วิธีการเปลี่ยนระหว่างเจ้ามือกับหน้าม้า ก็คือ หลังจากที่เจ้ามือทำการหยิบไพ่ขึ้นมาแล้วก็จะทำการคลี่ไพ่ใบบนออกจากกันกับไพ่ใบล่างที่ถืออยู่บนมือเล็กน้อย

รูปลักษณะการจับไพ่

รูปลักษณะการคลี่ไพ่ก่อนที่จะเอื้อมมือลงไปหยิบไพ่เพื่อเปลี่ยนกันกับหน้าม้า

หลังจากนั้นเจ้ามือก็จะทำการยื่นมือไปหยิบไพ่ของหน้าม้าทันที โดยจะใช้วิธีการคลี่ไพ่ใบบนที่ถืออยู่นั้นลงไปซ้อนไพ่ใบที่อยู่ข้างล่างสุดของหน้าม้าให้พลิกหงายขึ้นมา ขณะเดียวกันก็จะปล่อยไพ่ใบบน (6ดอกจิก) ของเจ้ามือลงไปให้กับหน้าม้า และจังหวะเดียวกันนั้นเอง เจ้ามือ (เซียน) ก็จะใช้นิ้วหัวแม่มือของมือที่ถือไพ่นั่นแหละทำการแตะและดึงไพ่ใบบน (10 ดอกจิก) ของหน้าม้าออกมาเป็นของเจ้ามือแทน จังหวะนี้คนที่เล่น (เซียน) เป็นเจ้ามือจะต้องมีความชำนาญและใจถึงพอสมควร และที่สำคัญต้องทำอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ดูภาพต่อเนื่อง

เจ้ามือยื่นมือไปหยิบไพ่ของหน้าม้า

เริ่มทำการซ้อนไพ่ของหน้าม้าให้หงายขึ้นมา

ขณะที่กำลังหงายไพ่ของหน้าม้าขึ้นมา เจ้ามือก็จะอาศัยจังหวะนี้ทำการปล่อยไพ่ของตัวเองให้กับหน้าม้า

ขณะเดียวกันเจ้ามือก็จะดึงไพ่ใบบนของลูกค้าออกมาทันทีเช่นกัน

เสร็จแล้วก็จะเห็นได้ว่าไพ่ของเจ้ามือ (เซียน) ที่เราเห็นในตอนแรก คือ 6-9 ดอกจิก ได้ถูกเปลี่ยนเป็น 9-10 ดอกจิกไปแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือ มีค่าเท่ากับป๊อก 9 เด้ง นั่นเอง เห็นไหมครับว่าเทคนิคกลโกงของเซียนพนันนั้นไม่ใช่อยู่เฉย ๆ เขาจะเก่งหรือเป็นได้เพียงแค่มอง แต่เขาต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างมากพอสมควร และถึงแม้ว่าเขาจะเล่นโกง แต่เราก็ต้องให้การยอมรับในฝีมือของเขานะว่าเขาเก่งจริง ๆ

โชว์ไพ่หลังจากที่ทำการเปลี่ยนไพ่เสร็จแล้ว

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคการเปลี่ยนไพ่เจ้ามือหน้าม้า

คราวนี้เรามาดูเทคนิคการเปลี่ยนไพ่เจ้ามือ – หน้าม้ากันบ้างดีกว่า การเล่นในลักษณะนี้ผู้เล่น (เซียน) จะมีการทำทีมและวางตัวผู้เล่นเอาไว้ 2-3 คน คือเจ้ามือ 1 คน (เซียน) และลูกค้าอีก 2 คน วิธีการเล่น ก็คือ เจ้ามือจะใช้วิธีการแจกไพ่แบบธรรมดา ๆ นี่แหละ แต่จุดไคลแมกซ์จะอยู่ตางที่การเปลี่ยนไพ่ของเจ้ามือกับหน้าม้านั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าไพ่ที่เจ้ามือแจกออกมาคือ ไพ่ 4-8 ข้าวหลามตัด ซึ่งถ้ารวมแต้มกันแล้วก็จะมีค่าเพียง 2 แต้มเท่านั้นเอง ในขณะที่หน้าม้ามีไพ่อยู่คือ 10 – 7 โพธิ์ดำ ซึ่งมีค่า 7 แต้มเด้ง เพราะฉะนั้นเจ้ามือ (เซียน) เขาก็จะใช้เทคนิคในการเปลี่ยนไพ่ของลูกค้าที่เป็นหน้าม้า เอามาเป็นของตัวเองทันที โดยใช้วิธีในการทำเป็นแกล้งหยิบไพ่ของลูกค้าที่เป็นหน้าม้าขึ้นมาดูว่ามีกี่แต้ม แต่ขณะเดียวกันก็จะทำการเปลี่ยนไพ่ของหน้าม้าให้มาตกเป็นของเจ้ามือทันที เพื่อให้ง่ายกับความเข้าใจ เรามาดูภาพประกอบไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

สมมติว่าไพ่ของเจ้ามือที่แจกออกมาคือ 4-8 ข้าวหลามตัด ส่วนไพ่ของหน้าม้า คือ 10-7 โพธิ์ดำ

ลักษณะการจับไพ่ของเจ้ามือ เมื่อต้องการเปลี่ยนไพ่กับลูกค้าที่เป็นหน้าม้ามาเป็นของตัวเอง คือ จะใช้มือขวาหยิบไพ่กองที่เป็นของเจ้ามือขึ้นมาก่อน และนำขึ้นมาถือเอาไว้ในลักษณะดัง เช่น

จากนั้นเจ้ามือ (เซียน) ก็จะใช้มือที่ถือไพ่อยู่นั้น นำไปหยิบไพ่ของหน้าม้าให้ทำการพลิกหงายไพ่ขึ้นมา โดยที่ผู้เล่นเป็นเจ้ามืออาจจะแกล้งพูดเล่นกับลูกค้าที่เป็นหน้าม้าว่า ไหนดูสิว่า ขานี้มีไพ่กี่แต้ม พร้อมทั้งหงายไพ่พลิกขึ้นมาและในจังหวะนี้เองเจ้ามือ (เซียน) ก็จะทำการปล่อยไพ่ของเจ้ามือเปลี่ยนลงไปให้ลูกค้าและหยิบเอาไพ่ของลูกค้าทีเป็นหน้าม้าแทน ดูรูป

ทำท่าหยิบไพ่ของหน้าม้า

ใช้จังหวะพลิกไพ่ของหน้าม้าทำการแยกและปล่อยไพ่ของเจ้ามือลงไปหงายแทนไพ่ของหน้าม้า

หลังจากที่หงายเปลี่ยนไพ่ของหน้าม้ามาเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เจ้ามือก็จะบอกให้ลูกค้าคนอื่น ๆ หงายไพ่ขึ้นมาให้หมดเพื่อ จะได้กินง่ายตามหน้าเสื่อ รวมทั้งเจ้ามือก็จะต้องทำการหงายไพ่ให้ดู ด้วยและแน่นอนว่าไพ่ของเจ้าก็คือ 10-7 โพธิ์ดำ หรือ 7 แต้มเด้งนั่นเอง แค่นี้เจ้ามือก็ปิดประตูเสียแล้ว จริงไหมล่ะ

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บิลแบงก์หรือบัวบังใบ

เทคนิคที่ใช้ในการนำไพ่ไปหลบเข้ากองอีกแบบหนึ่งก็คือ การเล่นแบบบิลแบงก์หรือบัวบังใบนั่นเอง เป็นเทคนิคอีกแบบหนึ่งที่สามารถพลิกแพลงนำมาเล่นต่อเนื่องจากการแจกไพ่แม่เหล็กได้อีก รูปแบบหนึ่งได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เรามาดูลักษณะและเทคนิคในการเล่นของเขา (เซียน) กันดีกว่า ว่าเขามีเทคนิคในการเล่นกันอย่างไร ดูรูปประกอบคำอธิบาย

1. สมมติว่าไพ่ที่เจ้ามือใช้เทคนิคในการแจกไพ่แม่เหล็กออกมานั้นมีไพ่ด้วยกัน 3 ใบ คือ 8-A โพธิ์ดำ และ 4 โพธิ์แดง เพราะฉะนั้นไพ่ที่นำมารวมแต้มกันแล้วได้แต้มที่ดีที่สุด ก็คือ 8-A โพธิ์ดำนั่นเอง ดังนั้นไพ่ที่จะต้องถูกนำเอาไปซ่อนก็คือ 4 โพธิ์แดงนั่นเอง

1. สำหรับวิธีในการเล่นบิลแบงก์ก็คือ หลังจากที่เลือกแต้มได้ดีที่สุดแล้ว คือ 8-A โพธิ์ดำ เจ้ามือก็จะต้องนำเอาไพ่ 4 โพธิ์แดงลงไปซ่อน วิธีการซ่อนก็คือ ก่อนอื่นจะต้องนำทั้ง 3 ใบนั้นขึ้นมาวางบนฝ่ามือข้างซ้ายเสียก่อน โดยให้ 4 โพธิ์แดงนั้น วางอยู่ในตำแหน่งข้างบนสุด ดูในรูป

1. จากนั้นเจ้ามือก็จะแกล้งเก็บกินเงินของลูกค้าที่มีแต้มน้อยขึ้นมาก่อนทีละคน โดยจะหยิบขึ้นมาวางทับบนไพ่ในมือที่เจ้ามือถืออยู่นั้น ในขณะเดียวกันเจ้ามือก็ต้องใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายที่ถือไพ่อยู่นั้น ทำการคลี่ไพ่ 4 โพธิ์แดงออกมาจากไพ่ 8-A โพธิ์ดำเล็กน้อย ซึ่งเงินที่เจ้ามือ (เซียน) ทำการเก็บกินลูกค้ามานั้นจะถูกนำมาวางทับหรือช้อนประกบกันกับไพ่ 4 โพธิ์แดงจนมิดชิด ดูในรูป

1. จากนั้นเจ้ามือก็จะอาศัยจังหวะความเร็วตอนที่ลูกค้าเผลอ ใช้มือขวาดึงหรือหยิบไพ่ 4 โพธิ์แดงพร้อมกับเงินของลูกค้าที่เจ้ามือเก็บกินมาก่อนหน้านี้ลงไปไว้ในกองไพ่ที่วางอยู่ด้านล่างทันที เสร็จแล้วเจ้ามือก็จะทำการหงายไพ่ที่เหลืออีก 2 ใบ คือ 8-A โพธิ์ดำ ให้ลูกค้าดูว่านี่คือ แต้มของเจ้ามือ

เห็นมั้ยล่ะครับว่านี่ก็คือ พฤติกรรมหรือเล่ห์เหลี่ยมกลโกงอีกอย่างหนึ่งที่คุณได้เห็นจากหนังสือเล่มนี้ คราวนี้พอจะเห็นคุณค่าของผมแล้วหรือยังครับ ว่ามันสร้างสรรค์หรือทำลาย ที่ไม่มีใครกล้าทำ แต่ผมทำขึ้นมาจากอุดมการณ์และประสบการณ์จริง ๆ มากกว่า 17 ปี เพราะนี่ไม่ใช่กลหลอกเด็ก แต่เป็นเรื่องจริงที่ทำให้คุณ ๆ ทุกคนได้รู้ได้เห็นเล่ห์เหลี่ยมกลโกงในวงการพนัน ที่ทุกวันนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นประเพณีเสี่ยงดวงกันไปแล้ ที่ผมพูดนี่คงไม่ผิดใช่ไหมครับ

สำหรับเทคนิคในการโกงไพ่ เปลี่ยนไพ่ของเจ้ามือ นั้น มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายแบบ ผมมีโอกาสได้รู้ได้เห็นเล่ห์เหลี่ยมกลโกงนี้มาเมื่อประมาณปี 2537 สมัยที่ผมได้มีโอกาสได้ติดตามเจ้านาย (ส.ห. ท่าเรือ) คนหนึ่ง แกให้ไปช่วยคุมร้านอาหารอยู่ย่านฝั่งธน ร้านอาหารที่ผมไปอยู่ช่วยคุมคือ ร้านรัชดาคาเฟ่ 1 – 2 ในสมัยนั้นมีเฮียตี๋เป็นเจ้าของกิจการ ถามเขาดูได้เลยว่าเคยรู้จัก ส.ห.พลบ้างหรือเปล่า และนั่นคือ ผมเองล่ะ ผมอยู่ประจำที่ร้านเกือบ 2 ปี ตอนนั้นมีพี่ป้อมเป็นผู้จัดการร้านคอยดูแลลูกค้า อันที่จริงผมไม่ได้เป็น สอหงสอหออะไรกับเขาหรอก ในตอนนั้นก็เดินตามตูดผู้ใหญ่เขาไปเรื่อยเปื่อย ไปกับพรรคพวกเจ้านายที่เป็น ส.ห. เขาก็พลอยเรียกเราว่า ส.ห. ตามด้วยชื่อเราว่า พล ก็เลยเป็นชื่อเรียกกันติดปากว่า ส.ห. พลเท่านั้นเอง แต่มันก็เท่ดีนะในสมัยนั้น วงการกลางคืนที่นักเลงฝั่งธนให้การยอมรับมีไม่กี่คนแต่จะอยู่เป็นกลุ่ม ๆ โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีลูกน้องแต่ละสายกระจายกันออกไป บ้างก็รับจ๊อบทวงหนี้ คุมวินมอเตอร์ไซค์ คุมคาเฟ่ร้านอาหาร รับจ้างกระทืบคนบ้าง หนักหน่อยก็โน่นเลยมือปืนรับจ้าง

เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังนี้ จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพนันหรอก เพียงแต่อยากจะบอกว่าครั้งหนึ่ง ผมเคยมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์แบบนี้มาบ้าง เผื่อถ้าหากว่าพวกเพื่อน ๆ หรือเจ้านายเก่ามาเปิดอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วอ่านเจอตรงนี้ ขอให้รู้เอาไว้ด้วยว่า น้องคนนี้ยังคิดถึงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพี่หมวดวีระ พี่หมวดสามารถ จ่ารัตน์คนใต้ จ่าสินและเพื่อน ๆ ทุกคน กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับเทคนิคการเปลี่ยนไพ่ของเจ้ามือนั้น ผมได้รู้ได้เห็นก็ตอนที่มีโอกาสได้ไปเล่นไพ่กับพวกนักร้องที่ร้านอาหารที่ผมดูแลอยู่นั่นแหละ โดยไปเล่นบนแฟลตของนักร้องสาวคนหนึ่ง ซึ่งพวกนักร้องจะมีห้องพักอยู่ใกล้ ๆ กันจะพากันรวมตังค์ไปเล่นไพ่ป๊อก 8-9 เป็นประจำหลังเลิกงาน พอดีวันที่ผมไปเล่นมีนักร้องสาวคนหนึ่งพาแขกเข้ามาเล่นด้วยอีก 2-3 คน แขกที่มากับนักร้องชื่อ สมชาย มันเล่นเป็นเจ้ามือ วันนั้นคนเล่นก็มีประมาณ 8 – 9 คน ส่วนมากก็จะเป็นพวกนักร้องชายหญิงที่รู้จักกันดีกับผมทั้งนั้น และหลังจากที่เล่นไปสักพักก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้น เมื่อเจ้ามือเล่นได้เกือบทุกตาไป มันไม่ใช่ดวงดีแน่ เมื่อเสือกไปเห็นพฤติกรรมอะไรบางอย่างของเจ้ามือ ที่ไม่ชอบมาพากลเข้า ก็คือเจ้ามือที่เป็นแขกของนักร้องสาวคนนั้น พาเข้ามันทำการเปลี่ยนไพ่กับนักร้องคนหนึ่งที่ผมรู้จัก ตอนนั้นผมเล่นเสียไปเยอะเหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ขอตัวเลิกออกมาก่อน โดยบอกขอตัวไปซื้อเหล้ามากิน เดี๋ยวจะกลับมาเล่นต่อ หลังจากที่ผมออกมาข้างนอกแล้ว ก็เลยโทรศัพท์เรียกพวกเพื่อน ๆ คุมร้านอาหารอยู่ด้วยกัน พร้อมเล่าเรื่องให้พรรคพวกฟัง พร้อมกับวางแผนเอาเงินคืนจากเจ้ามือคนนี้ทันที ผมกลับมาเข้าไปพร้อมเพื่อน 2-3 คน ถือเบียร์เข้าไปกิน 2 ขวด ผมกลับเข้าไปนั่งเล่นเหมือนเดิม สักพักหนึ่งเจ้ามือที่นักร้องพามาเล่นมันทำท่าจะเลิก เพราะมันได้เงินมากพอสมควรประมาณ 5 หมื่นบาท ระหว่างที่มันกำลังนับเงินผมก็ลุกยืนขึ้น โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ผมกระโดดถีบหน้าของไอ้เจ้ามือคนนั้น ที่กำลังนั่งนับเงินอยู่โดยที่มันไม่ทันระมัดระวังตัวดังโครม พวกนักร้องที่นั่งกันอยู่พากันตกใจกันเป็นแถว แต่ผมก็บอกให้ทุกคนอยู่เฉยๆ ไม่ต้องตกใจจากนั้นผมก็หันไปเคลียร์กับไอ้เจ้ามือคนนั้นต่อ โดยที่พรรคพวกอีก 2 คนของผม มันยืนคุมอยู่ที่หน้าประตูแล้ว หลังจากที่ผมถีบหน้าไอ้เจ้ามือหงายหลังไปแล้ว ผมก็คว้าเงินทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าตักทั้งหมดของมันขึ้นมาทันที

อะไรกันพี่ มาทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง ไอ้เจ้ามือมันยังไม่รู้ตัว มึงแน่มากนะที่กล้าเข้ามาโกงพวกกู ว่ายังไง อีป้อม ไอ้เริญ ผมพูดกับเจ้ามือเสร็จแล้ว ก็หันมาทางนักร้องชายหญิงที่มันพามาเล่นเป็นหน้าม้าให้กับเจ้ามือ ทั้งสองคนถึงกับหน้าซีดเผือดลงทันที หนูไม่รู้เรื่องนะพี่ ไอ้เริญพามันมา ป้อมพูดออกตัว พวกมึงคิดว่าพวกกูเป็นหมูหรือไงถึงได้เล่นตุกติกแบบนี้นะ มึงคิดหรือว่ามึงเล่นเปลี่ยนไพ่แบบนี้มันจะรอดพ้นสายตากูหรือวะ ผมพูดพร้อมกับทำท่าจะเตะพวกไอ้เริญต่อกับเจ้ามือ แต่พวกมันยกมือไหว้และขอโทษไม่ให้เอาเรื่องมัน พร้อมทั้งสัญญาว่าจะไม่เข้ามาเล่นที่นี่อีก เงินทองที่มันได้ไป ผมก็คว้ามาหมดรวมทั้งเงินในกระเป๋ามันอีก จะเรียกว่าปล้นก็ว่าได้ แต่เรียกกันว่าปล้นแบบมีเชิงเท่านั้นเอง ในช่วงเวลานั้นทุกคนไม่มีใครกล้ายุ่งกับพวกผมแน่ เพราะพวกมันรู้ว่าผมเป็นใคร และทำอะไรอยู่ในช่วงนั้น เบ็ดเสร็จแล้ววันนั้นเงินที่ได้มานั้นได้มากกว่า 8 หมื่นบาท ผมก็นำมาแบ่งกับพวกนักร้องคนอื่นที่เล่นด้วยกัน คนละห้าพัน 6-7 คน ที่เหลือผมก็เอาแบ่งให้พรรคพวกตามส่วนเท่าๆ กันไป หลังจากที่หักค่าใช้จ่ายกันไปแล้ว พวกนักร้องคนอื่นต่างพากันขอบคุณผมทุกคน ต่างกับพวกอีป้อมกับไอ้เริญ และไอ้เจ้ามือคนนั้นไม่มีใครอยากจะคบด้วย หนอยแน่ะเสือกพาเซียนมากินพวกเดียวกันได้ สมน้ำหน้ามัน!

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การส่องกล้องอุปกรณ์

ลักษณะการส่องกล้อง นอกจากจะใช้เทคนิคในการแอบดูในเบื้องต้นแล้ว ยังมีการใช้เทคนิคในการนำอุปกรณ์มาเสริมในการแอบดูได้อีกหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น ไฟแช็ก แว่นตา โทรศัพท์มือถือ แหวน เหรียญ นาฬิกา วิธีการแอบดูก็คือ เซียนเขาจะใช้อุปกรณ์ที่สามารถสะท้องแสงต่าง ๆ ดังเช่นที่กล่าวมาข้างต้นแล้วนำมาวางไว้ด้านล่างบนผืนผ้าที่ใช้ปูรองเล่นไพ่ เวลาที่ต้องการจะแอบดูก็จะใช้นิ้วหัวแม่มือคลี่ไพ่ใบบนออกมาข้างหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็จะนำไปจ่อใกล้ ๆ กับอุปกรณ์ต่าง เหล่านั้น ก็จะทำให้เห็นตัวเลขาของไพ่ว่าเป็นไพ่เบอร์อะไรทันที เพราะภาพที่สะท้อนบนอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นนั่นเอง


1. ลักษณะการส่องกล้องแอบดูกับไฟแช็ก

2. ลักษณะการส่องกล้องแอบดูกับแว่นตา

3. ลักษณะการส่องกล้องแอบดูกับแหวน

4. ลักษณะการส่องกล้องแอบดูกับเหรียญ

5. ลักษณะการส่องกล้องแอบดูกับนาฬิกา

6. ลักษณะการส่องกล้องแอบดูกับโทรศัพท์มือถือ

แม่เหล็ก

เทคนิคการแจกไพ่แม่เหล็ก ก็คือ วิธีการแจกไพ่หลอกตาโดยการแจกไพ่ออกมาทีละ 2 ใบ แต่มองดูเหมือนใบเดียวซึ่งได้เปรียบนี้ แน่นอนว่าต้องตกเป็นของเจ้ามือ เพราะผู้ที่เล่นเป็นเจ้ามือ (เซียน) มีโอกาสในการเลือกไพ่ที่จะนำมาผสมแต้มได้ถึง 3 ใบ ในกรณีที่มีการเล่นการพนันประเภทไพ่ป๊อก 8 – 9 ถือว่าเป็นการได้เปรียบอย่างมากเลยทีเดียว และหลังจากที่เลือกไพ่ที่แจกออกมานั้น นำมาผสมแต้มดีที่สุดแล้ว ก็จะนำมาโชว์ให้ลูกค้าที่ร่วมเล่นได้ดูเพียงแค่ 2 ใบ เท่านั้น ส่วนไพ่อีกหนึ่งใบก็จะทำการซ่อนเอาไว้ที่ข้างหลังไพ่ใบอื่น อย่างมิดชิด จากนั้นเจ้ามือ (เซียน) ก็จะหาวิธีนำไพ่ที่เกินอยู่นั้นนำลงไปซ่อนในกองไพ่ที่วางอยู่ข้างล่างทันที ถ้าพูดแบบนี้ คุณอาจจะไม่เข้าใจ เรามาดูภาพต่อเนื่องประกอบคำอธิบายกันดีกว่า จะได้ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น

1. ลักษณะการจับไพ่ ถ้ามองผิวเผินก็จะเหมือนเป็นการจับไพ่แบบธรรมดา ทั่ว ไป

ลักษณะการแจกไพ่ ถ้าเป็นการแจกแบบธรรมดาเจ้าก็จะแจกไพ่ออกมาทีละใบ และวนไปเรื่อย ๆ จนถึงเจ้ามือ สมมติว่า ไพ่ใบแรกที่ตกมาอยู่ในตำแหน่งเจ้ามือก็คือ A โพธิ์ดำ

1. รอบต่อมา สมมติว่าไพ่ที่จะต้องมาตกในตำแหน่งของเจ้ามือ คือ 4 โพธิ์แดง นั่นก็หมายความว่าตามความเป็นจริงแล้ว เจ้ามือจะมีแต้มเพียง 5 แต้มเท่านั้นเอง แต่เจ้ามือ (เซียน) เขาไม่ทำเช่นนั้น เพราะเขาจะใช้เทคนิคในการแก้ไขสถานการณ์พลิกแพลงการเล่น โดยใช้เทคนิค ในการแจกไพ่แม่เหล็กเข้ามาประกอบในการเล่นเท่านั้นเอง

1. สำหรับเทคนิคในการแจกไพ่แม่เหล็ก ก็คือ เจ้ามือ (เซียน) เขาก็จะใช้นิ้วหัวแม่มือทำการดึงไพ่ใบบน (4 โพธิ์แดง) ถอยหลังกลับมาทับประกบใบที่ 2 (8 โพธิ์ดำ) จนสนิทกันจนมิดชิด



. หลังจากนั้นก็จะใช้มือข้างขวาทำการดึงไพ่ทั้ง 2 ใบออกมาพร้อมกันทันที ทำให้คนที่ไม่ทันสังเกตมองไม่รู้ว่าไพ่ที่เจ้ามือแจกออกมานั้นมีถึง 2 ใบด้วยกัน และเมื่อนำมารวมกับไพ่อีกหนึ่งใบที่แจกออกมาก่อนหน้านี้ หนึ่งใบก็จะรวมกนเป็น 3 ใบ คือ A โพธิ์ดำ 8 โพธิ์ดำ และ 4 โพธิ์แดงนั่นเอง ในขณะที่ลูกค้าผู้ร่วมเล่นคนอื่น ๆ มีไพ่เพียงแค่คนละ 2 ใบ แต่เจ้ามือกลับมีไพ่ถึง 3 ใบ ซึ่งทำให้เจ้ามือ (เซียน) ก็จะเป็นต่อในการเลือกไพ่ผสมแต้มกันได้มากกว่าลูกค้าคนอื่น ๆ ดูภาพต่อเนื่อง 5-6-7


เมื่อเจ้ามือได้ดูไพ่และคัดเลือกไพ่ ที่นำมาผสมแต้มกันแล้ว ได้แต้มมากที่สุด คือ 8-A โพธิ์ดำ เจ้ามือก็จะทำการโชว์ไพ่ 2 ใบนี้ ให้กับลูกค้าดู ส่วนไพ่ 4 โพธิ์แดงก็จะถูกวางซ่อนอย่างมิดชิดอยู่ทางด้านหลังสุดของกองไพ่ทั้ง 2 ใบ หลังจากที่โชว์แต้มให้ลูกค้าดูแล้ว เจ้ามือก็จะรีบนำไพ่ลงไปเก็บด้านล่างสุดของกองไพ่ที่วางอยู่บนผืนผ้าที่ใช้ปูเล่นทันที

. และสมมติว่า ลูกค้าบางคนสงสัยจะขอดูไพ่แต้มของเจ้ามืออีกครั้งหนึ่ง เจ้ามือ (เซียน) ก็จะหยิบไพ่ที่อยู่ข้างล่างสุดของกองไพ่ขึ้นมาหงายให้ลูกค้าดู มันก็คือ 8-A โพธิ์ดำอยู่ดี เพราะไพ่ 4 โพธิ์แดง มันจะอยู่ในตำแหน่งของไพ่ใบที่ 3 ถัดจากสองใบแรก 8-A โพธิ์ดำนั่นเอง นี่อาจจะเป็นวิธีโกงแบบง่าย ๆ ที่หลายคนคิดไม่ถึง เป็นไงล่ะ คราวนี้ได้มีโอกาสรู้ความจริงกันแล้วรู้สึกยังไงล่ะครับ

โจรปล้นสิบครั้ง ยังเหลือบ้าน

ไฟไหมบ้านสิบครั้ง ยังเหลือที่

เสียพนันครั้งเดียว ท้อชีวี

อาจไม่เหลือบ้านและที่ ให้หลับนอน

นี่คงเป็นบทกลอนอุทาหรณ์สอนใจได้เป็นอย่างดี สำหรับหลาย ท่านที่ยังหลงใหลเล่นการพนันอยู่นะครับ